検索

ข้อแตกต่างระหว่าง บาร์ Powerlifting, บาร์ Olympic Weightlifting และบาร์อเนกประสงค์

หากพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้ว การเลือกบาร์เบลล์ก็มีความสำคัญไม่ต่างไปจากการเลือกซื้อรถยนต์…..มันอาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่ทว่า เมื่อคุณจะเลือกบางสิ่งเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใดๆ หรือเพื่อใช้งานก็ตาม ก็ควรไตร่ตรองถึงคุณลักษณะที่เหมาะสมกับงานนั้นๆ คุณคงไม่ซื้อรถตู้ถ้าต้องการความเร็วสูง เฉกเช่นเดียวกันกับอุปกรณ์ออกกำลังกาย บาร์เบลล์นั้นมีมากมายหลายประเภท ซึ่งคุณสมบัติในแต่ละชนิดของบาร์เบลล์นั้น ก็แตกต่างไปตามลักษณะการใช้งานอย่างเฉพาะเจาะจง ตามแต่ประเภทของกีฬา ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง 3 ประเภทหลักของบาร์เบลล์ที่พบได้บ่อย นั่นก็คือ บาร์ Powerlifting, บาร์Olympic Weightlifting และบาร์อเนกประสงค์ รวมถึงความแตกต่างในแต่ละชนิด

บาร์ Powerlifting

มาเริ่มกันด้วยบาร์ Powerlifting กัน Powerlifting เป็นกีฬาที่ฝึกซ้อม/แข่งขันกันด้วยท่าหลัก 3 ท่านั่นก็คือ ท่า squat, ท่า bench press, และท่า deadlift โดยจุดมุ่งหมายของนักกีฬา powerlifting นั้นคือการยกท่าเหล่านี้ให้ได้นำ้หนักมากที่สุด ในจำนวนครั้งเพียงครั้งเดียว ดังนั้นบาร์ที่เหมาะกับกีฬานี้ควรจะรับน้ำหนักที่มากโดยที่บาร์ไม่โค้งงอ และในส่วนของปลอกบาร์ไม่จำเป็นต้องหมุนมากมายนัก

คุณสมบัติของบาร์:

  • โลหะที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อให้โค้งงอได้น้อย
  • มีรอยบากกันลื่นตรงกลางของบาร์สำหรับท่า squat
  • รอยบากกันลื่นมีความลึกมากกว่าบาร์ปกติ เพื่อการจับถือที่มั่นคง
  • รอยมาร์คตำแหน่งจับบาร์ เพียง1จุด
  • แกนบาร์หนา เพื่อให้จับถือถนัด
  • ลูกปืนแบบบุชชิ่ง เพื่อให้การหมุนของบาร์เหมาะสม

บาร์ Olympic Weightlifting

ต่อมา เราจะมาพูดถึงบาร์ Olympic Weightlifting โดย Olympic Weightlifting เป็นกีฬาที่นักกีฬาจะต้องยกน้ำหนักที่หนักที่สุด ในจำนวนเพียง1ครั้งเช่นเดียวกันกับ Powerlifting แต่แตกต่างกันในส่วนของท่า กล่าวคือจะฝึกซ้อม/แข่งขันกันในท่า snatch และท่า clean & Jerk ซึ่งเป็นท่าที่อาศัยการระเบิดพลังในชั่วพริบตา ซึ่งหมายความว่าบาร์เบลล์สำหรับกีฬา Olympic Weightlifting จะต้องออกแบบมาเพื่อรองรับการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้องทนทานต่อการปล่อยบาร์ลงพื้นจากความสูงระดับเหนือศรีษะได้

คุณสมบัติของบาร์:

  • โลหะที่มีความยืดหยุ่นเพื่อให้โค้งงอขณะทำท่า clean
  • ไม่มีรอยบากกันลื่นตรงกลาง เพื่อไม่ให้ขีดข่วนลำคอขณะทำท่า clean
  • รอยบากกันลื่นไม่ลึกมาก(สำหรับบาร์ฝึก) เพื่อให้บาร์สามารถขยับได้ขณะที่เปลี่ยนท่าจากช่วง pull ไปถึงการ catch อย่างไรก็ตาม บาร์สำหรับแข่งนั้นจะมีรอยบากที่ลึกกว่า เพราะใช้ยกเพียงครั้งเดียว
  • รอยมาร์คตำแหน่งจับมีระยะ 910มม.
  • แกนบาร์ขนาดเล็กกว่า (28-28.5 มม.สำหรับผู้ชาย หรือ 25มม.สำหรับผู้หญิง)
  • ลูกปืนหมุนได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเคลื่อนไหวจากการดึงสู่การรับบาร์ลงบนไหล่ในrack position

บาร์ Multipurpose

บาร์อย่างสุดท้าย บาร์อเนกประสงค์ เป็นบาร์ที่คุณสามารถใข้ได้ในทุกวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น Olympic Weightlifting, Powerlifting หรือแม้กระทั่ง CrossFit ใช้ได้ดีในเกือบทุกท่า คุณสามารถใช้ฝึกท่า deadlift, ท่า squat, ท่า clean, jerk, ท่า snatch, ท่า curl หรือท่า press สำหรับคนส่วนใหญ่ที่กำลังมองหาบาร์เบลล์ซักชิ้น บาร์อเนกประสงค์เป็นทางเลือกที่ดี

คุณสมบัติของบาร์:

  • โลหะที่มีความยืดหยุ่นเพื่อให้โค้งงอขณะทำท่าclean
  • ไม่มีรอยบากกันลื่นตรงกลาง เพื่อไม่ให้ขีดข่วนลำคอขณะทำท่าclean
  • รอยบากกันลื่นไม่ลึกมาก(สำหรับบาร์ฝึก) เพื่อให้บาร์สามารถขยับได้ขณะที่เปลี่ยนท่าจากช่วง pull ไปถึงการ catch อย่างไรก็ตาม บาร์สำหรับแข่งนั้นจะมีรอยบากที่ลึกกว่า เพราะใช้ยกเพียงครั้งเดียว
  • รอยมาร์คตำแหน่งจับมีระยะ 910มม
  • แกนบาร์ขนาดเล็กกว่า (28-28.5 มม.สำหรับผู้ชาย หรือ 25มม.สำหรับผู้หญิง)
  • ลูกปืนหมุนได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเคลื่อนไหวจากการดึงสู่การรับบาร์ลงบนไหล่ใน rack position

ต่างกันอย่างไร?

สาเหตุที่หลายคนนั้นสับสนเป็นเพราะลักษณะร่วมของบาร์นั้นมีขนาดน้ำหนักที่เท่ากัน รวมถึงรูปร่างที่ใกล้เคียงกัน แต่อันที่จริงแล้ว มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆที่ต่างกัน เช่น
รูปทรงแกนบาร์, ความยืดหยุ่น, ปลอก/ลูกปืน, และรอยบากกันลื่น

รูปทรง

รูปทรงของแกนบาร์เป็นปัจจัยสำคัญในการจับถือ โดยมาตรฐานของ IPF (International Powerlifting Federation) เส้นผ่านศูนย์กลางของแกนบาร์จะต้้องมีขนาด 29มม. และมาตรฐานของ IWF (International Weightlifting Federation) กำหนดให้แกนบาร์โอลิมปิคมีขนาด 28 มมในส่วนของบาร์อเนกประสงค์ซึ่งผลิตมาเพื่อใช้ทุกกีฬา จึงมักมีขนาดของแกนบาร์อยู่ที่ 28.5มม.

ความยืดหยุ่น

บาร์ที่มีความยืดหยุ่น จะมีความโค้งงอเล็กน้อยเมื่อมีการยกน้ำหนักปริมาณมาก ซึ่งก็เหมือนกับคุณสมบัติอื่นๆของบาร์ ข้อแตกต่างด้านความยืดหยุ่นนี้ต่างออกไปตามลักษณะการใช้งาน

Olympic Barbell: โดยทั่วไปแล้ว บาร์ Olympic จะมีความยืดหยุ่นที่สูง ทำให้รับน้ำหนักที่มากตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อกำหนดว่าบาร์ควรรับน้ำหนักได้เท่าใด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของบาร์

Powerlifting Barbell: บาร์ Powerlifting จะผลิตขึ้นให้มีความยืดหยุ่นที่น้อยที่สุด เพื่อรองรับน้ำหนักที่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บาร์สำหรับทำท่า Deadlift จะถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อให้ใช้งานได้หนักมากๆ

Multipurpose Barbell: บาร์อเนกประสงค์นี้ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นปานกลาง เพื่อให้สามารถใช้งานได้เหมาะสมในทุกประเภท

รอยบากกันลื่น(Knurling)

รอยบากนั้นคือลวดลายที่จารึกลงบนบาร์ ซึ่งเราสามารถจำแนกประเภทของบาร์ที่คุณใช้ได้จากคุณลักษณะที่ต่างกัน 3 ประเภทคือ

  1. ความลึกของรอยบาก
  2. รอยบากกลางบาร์
  3. รอยมาร์คจับ

ความลึกของรอยบาก

ความลึกของรอยนั้น ยิ่งลึกมากก็จะทำให้ผิวสัมผัสมีความหยาบ โดยแตกต่างกันไปจากการผลิตและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน แต่โดยทั่วไปแล้วบาร์Olympic และบาร์อเนกประสงค์นั้นจะมีรอยบากไม่ลึกมาก ในขณะที่บาร์ powerlifting นั้นจะถูกผลิตให้รอยบากมีความลึกเพื่อกับจับถือที่มั่นคงกว่า

รอยบากกลางบาร์:

ทั้งมาตรฐานของ IWF (International Weightlifting Federation) และ IPF (International Powerlifting Federation) กำหนดให้บาร์ผู้ชายขนาดน้ำหนัก 20 กิโลกรัมต้องมีรอยบากตรงกลางบาร์ ในขณะที่บาร์ของผู้หญิงไม่มีรอยตรงกลางดังกล่าว โดยที่บาร์อเนกประสงค์บางรุ่นมีแต่บางรุ่นไม่มีเนื่องด้วยกีฬา CrossFit และ Olympic Weightlifting นั้นมีการฝึกท่า “clean and jerk” ซึ่งรอยบากดังกล่าวจะขีดข่วนที่ร่างกายได้เมื่อฝึกท่าเหล่านี้

แต่ถ้าพูดถึงกีฬาที่มีการฝึกท่าsquatsที่หนักมากๆเช่น powerlifting รอยบากตรงกลางนี้จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะให้ดียิ่งขึ้น

ระยะห่างของรอยบากและรอยมา์คจับ

บาร์ทั้ง 3 นั้นต่างก็มีมาตรฐานระยะห่างของรอยบาก และมีจุดมาร์คจับเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถรู้ว่าควรวางตำแหน่งมือในการจับถือบาร์

รอยมาร์คของบาร์ Olympic มักจะมี 2 จุด ในขณะที่ บาร์ Power มีเพียง 1 จุด นั่นเพราะกีฬาแต่ละอย่างมีลักษณะในการจับถือที่ต่างกัน ในขณะที่บาร์อเนกประสงค์นั้นออกแบบมาให้มีจุดมาร์ค 2 จุด เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ดังนั้นบาร์อเนกประสงค์นี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับกีฬาครอสฟิต หรือผู้ฝึกระดับทั่วไป

ปลอกบาร์

หลายคนอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่าปลอกบาร์เบลล์สามารถหมุนได้ นั่นก็เพราะว่า ท่าเคลื่อนไหวอย่างsnatch และท่าclean and jerk ท่าเหล่านี้ สร้างแรงเค้นที่สูงบริเวณข้อมือ การหมุนของปลอกจะช่วยลดแรงบิดจากแผ่นน้ำหนักเมื่อยกบาร์ขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการรับบาร์ในจังหวะลงอีกด้วย

ประเภทของจุดหมุนที่พบได้ในบาร์เบลล์

  1. ลูกปืนแบบบุชชิ่ง
  2. ลูกปืนแบบเข็ม

บูชและลูกปืนนั้นคือส่วนเชื่อมต่อระหว่างแกนบาร์กับปลอก โดยจะอยู่ภายในปลอกของบาร์ โดยการทำงานของบูชและลูกปืนนั้น ทำให้ปลอกของบาร์สามารถหมุนอย่างเป็นอิสระจากแกนบาร์ ลดแรงเสียดทานและความฝืด คุณสมบัติดังกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของบาร์เบลล์และแต่ละโรงงาน โดยบูชนั้นสามารถผลิตได้จาก เหล็ก, ทองเหลือง หรือทองแดง

บาร์ Olympic: บาร์ Olympic weightlifting นั้นต้องการปลอกที่มีคุณภาพสูง บาร์ที่มีการหมุนที่ดีจะช่วยลดโอกาศเสี่ยงในการบาดเจ็บได้ บาร์ชนิดนี้ผลิตจากลูกปืนแบบเข็มคุณภาพสูง ซึ่งจะทำให้บาร์หมุนได้อย่างราบลื่น ต่อเนื่อง และเงียบกว่า

บาร์ Powerlifting: กีฬา Powerlifting มีการเคลื่อนไหวทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งไม่ได้จำเป็นต้องใช้การหมุนของบาร์ที่สูงมาก ดังนั้น Power Bar จึงใช้บูชในการหมุนปลอกของบาร์ นอกจากนี้ การเลือกใช้บูชยังลดต้นทุนในการผลิตบาร์อีกด้วย

บาร์ Multipurpose: บาร์อเนกประสงค์เป็นบาร์ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่กีฬาใดกีฬาหนึ่ง บาร์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานท่าเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วจะใช้บูชเป็นจุดหมุน โดยคุณภาพของบูชจะขึ้นอยู่กับแต่ละโรงงาน

อย่างที่ทุกคนได้อ่านไปแล้วในบทความนี้ บาร์เบลล์นั้นไม่ใช่จะตัดเอาแท่งเหล็กที่ไหนมาใช้ก็ได้ หากแต่มีองค์ประกอบหลายส่วนที่ซับซ้อนเพื่อที่จะช่วยให้บาร์เบลล์บรรลุต่อความต้องการที่แตกต่างกัน อันที่จริงแล้วคุณสามารถใช้บาร์ประเภทใดๆในการฝึกซ้อมก็ได้ แต่อาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดหรือความปลอดภัยเท่าที่ควร นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกบาร์ที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ถึงเป็นเรื่องสำคัญ